โพสต์เมื่อวันที่ : 9 พ.ค. 2552
เจ้าของ Blog :
phenphak phusil
[รายละเอียดสมาชิก
อีเมล์ติดต่อ
]
More detail>>
เปิดอ่าน : 23406 / 0 ความเห็น
คะแนนของ BLOG นี้

(49.05% : 855 ผู้โหวต)
 

เรื่องราวดีๆ ที่
..phenphak phusil..
เป็นคนเขียน

ลักษณะและประเภทของหิน
การตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า
Balanced Scorecard
 

[BLOG ใหม่ๆ]
Me Myself
สำนวนสุภาษิต(ภาษาอังกฤษ) ที่ควรรู้
กราฟ O-Net โรงเรียนศรีเีอี่ยมอนุสรณ์ ปีการศึกษา 2555
หลักสูตรใหม่....เริ่มเดินเครื่อง
การประชุมเครือข่าย PR. มจพ.
 

 

 

หน้าแรก > หมวดหมู่ Blog > การศึกษา > ลักษณะและประเภทของหิน
 
เชิญสมาชิก ร่วมเล่า ถ่ายทอดประสบการณ์ แลกเปลี่ยนความรู้ของท่าน ผ่าน Blog ได้แล้วที่นี่ครับ
ท่านที่ยังไม่เป็นสมาชิก เชิญสมัครฟรี!
เพื่อเขียนเรื่องราวกับเราได้ที่นี่
 
 

ลักษณะและประเภทของหิน


คำอธิบายไฟล์

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
องค์ประกอบส่วนใหญ่ของโลกเป็นหิน แม้ว่าผิวโลกส่วนใหญ่จะปกคลุมด้วยน้ำ แต่ใต้พื้นน้ำและพื้นดินลึกลงไปมีแต่หิน เราอาจพบหินอยู่ทั่วไปบนพื้นโลก หินที่พบอาจมีลักษณะแตกต่างกันในเรื่องสี เนื้อหิน องค์ประกอบ ความหนาแน่น และอื่นๆ ซึ่งอาจจัดจำแนกหินเป็นกลุ่มๆ ได้ตามลักษณะร่วมที่สังเกตเห็น.....

 

โลกเป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง จัดอยู่ในประเภทดาวเคราะห์หินเพราะองค์ประกอบส่วนใหญ่ของโลกเป็นหิน แม้ว่าผิวโลกส่วนใหญ่จะปกคลุมด้วยน้ำ แต่ใต้พื้นน้ำและพื้นดินลึกลงไปมีแต่หิน เราอาจพบหินอยู่ทั่วไปบนพื้นโลก หินที่พบอาจมีลักษณะแตกต่างกันในเรื่องสี  เนื้อหิน  องค์ประกอบ  ความหนาแน่น  และอื่นๆ  ซึ่งอาจจัดจำแนกหินเป็นกลุ่มๆ ได้ตามลักษณะร่วมที่สังเกตเห็น

 

หิน (Rock) เป็นของแข็งที่ประกอบด้วยแร่ชนิดเดียวหรือหลายชนิดรวมตัวกันอยู่ตามธรรมชาติ  แบ่งตามลักษณะการเกิดของหินออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ  คือ  หินอัคนี (Igneous rocks)  หินชั้นหรือหินตะกอน (Sedimentary rocks)  และหินแปร (Metamorphic rocks)

***นักธรณีวิทยาคือ นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่อง หิน ดิน และแร่ของโลก***

1.   หินอัคนี (Igneous rocks)   เกิดจากการเย็นตัวแล้วแข็งตัวของหินหลอมเหลวใต้พื้นผิวโลก  (แมกมา)หรือลาวา   ซึ่งหินหลอมเหลวแต่ละแห่งมีองค์ประกอบไม่เหมือนกัน    ทำให้มีสีหรือเนื้อหินมีลักษณะต่างกัน   หินอัคนีมีลักษณะเป็นหินแข็ง  ประกอบด้วยผลึกที่ไม่มีชั้นให้เห็นและหากแมกมามีการปะทุจากปล่องภูเขาไฟออกมาเป็นลาวาแล้วมีการเย็นตัวอย่างรวดเร็ว   จะเกิดรูพรุนที่เนื้อหิน   เนื่องจากการไหลออกของอากาศที่แทรกอยู่ในหิน   หินชนิดนี้จะไม่มีซากดึกดำบรรพ์ปรากฏอยู่  ตัวอย่างหินอัคนี  เช่น  หินแกรนิต   หินแอนดีไซด์  เป็นต้น 

2.  หินตะกอนหรือหินชั้น (sedimentary rocks)   เกิดจากการทับถมอัดแน่น และมีการเชื่อมประสานของตะกอนที่เกิดจากการผุพังของหินชนิดต่างๆ  ทั้งจากการทับถมของกระแสน้ำ กระแสลมที่พัดพามา   ทำให้เกิดการประสานตัวกันแน่นกลายเป็นหิน  หินชนิดนี้ส่วนใหญ่มีลักษณะเปราะและแตกง่าย   เนื้อหินจะสามารถมองเห็นเม็ดหินได้  และอาจพบซากดึกดำบรรพ์ได้ในหินประเภทนี้   ตัวอย่างหินประเภทนี้ได้แก่   หินกรวดมน  หินปูน  หินทราย  เป็นต้น

3.   หินแปร (Metamorphic rocks) เกิดจากการแปรสภาพของหินเดิม (ทั้งหินอัคนีและหินตะกอน) เนื่องจากความร้อนและความดันจากแรงกดทับภายใต้ผิวโลกมีมาก จนทำให้รูปร่างและลักษณะของเนื้อหินเปลี่ยนไป  มีลักษณะแข็งและสามารถเห็นแยกเป็นชั้นๆ หรือเห็นแถบชั้นได้อย่างชัดเจน  อาจพบซากดึกดำบรรพ์ที่มีสภาพไม่สมบูรณ์ได้ในหินประเภทนี้  ตัวอย่างหินประเภทนี้ได้แก่  หินอ่อน  หินชนวน  เป็นต้น

 

 
 
 

ไม่มีความเห็น